| |||
|
Nabari no Ou
My favorite anime
วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555
ต้องเอาชนะให้ได้น่ะ
10 ข้อห้ามของคนแอบรัก

1. ข้อแรกเลย ก่อนที่คุณจะคิดแอบรักใครสักคน คุณต้องเผื่อใจไว้ เพราะการที่ไปแอบรักคนอื่น ส่วนมากมักจะไม่สมหวัง อย่าหวังอะไรมากมาย
2. ข้อสอง ห้ามไปทำตัวเป็นเจ้าของ แบบว่าเวลาอยู่กับเพื่อนๆ ห้ามบอกว่า คนนี้เป็นแฟนคุณ
3. ห้ามทำตัวน่าเบื่อเวลาที่เจอคนที่คุณแอบรัก เช่น พูดแต่เรื่องของตัวเอง
4. ห้ามฉลาดจนเกินเหตุ บางทีคุณต้องทำเป็นโง่บ้าง อย่างเช่น เวลาเรียนคณิต คุณก็เดินไปถามคนที่คุณแอบรักว่าทำยังไง แต่ที่จริงคุณเก่งกว่าคนที่คุณแอบรักซะอีก
5. ห้ามทำท่าทางที่บ่งบอกว่าคุณชอบเค้า เพราะถ้าเค้ารู้ว่าคุณชอบเค้า เค้าจะเปลี่ยนไปอย่างทันที

6 . ห้ามไปพูดเรื่องผู้ชายคนอื่นให้เค้าฟัง เพราะเค้าอาจจะคิดว่าเราชอบผู้ชายคนนั้นอยู่
7. ห้ามนั่งใกล้เค้าเกินไป เพราะเวลาที่คุณนั่งใกล้เค้า คุณก็จะรู้สึกตื่นเต้น จนเค้าสังเกตได้ มันอาจจะทำให้ เค้ารู้ว่าเราแอบชอบเค้า
8. เวลาไปเที่ยว คาราโอเกะ ห้ามร้องเพลงที่เกี่ยวกับเพลงแอบรัก เพราะอาจทำให้เค้าสงสัยได้ ว่าคุณแอบชอบใครอยู่
9. เวลาที่เค้าบอกกับคุณว่า คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเค้า คุณอย่าทำหน้าไม่พอใจหรือเสียใจเด็ดขาด
10. และข้อสุดท้าย คุณต้องแสดงความเป็นเพื่อนที่ดี คือ ถ้าเค้าต้องการให้เราช่วยเรื่องอะไรที่เราสามารถทำได้ คุณก็ต้องตอบไปว่า ได้อยู่แล้วฉันทำให้เธอได้เพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกันนิ
10 ข้อห้ามมันอาจจะ ใช้ได้ถ้าคุณไม่อยากให้เค้ารู้ความในใจ แต่ถ้าใครไม่อยากแอบ ก็ไปบอกรักเค้า
1. ข้อแรกเลย ก่อนที่คุณจะคิดแอบรักใครสักคน คุณต้องเผื่อใจไว้ เพราะการที่ไปแอบรักคนอื่น ส่วนมากมักจะไม่สมหวัง อย่าหวังอะไรมากมาย
2. ข้อสอง ห้ามไปทำตัวเป็นเจ้าของ แบบว่าเวลาอยู่กับเพื่อนๆ ห้ามบอกว่า คนนี้เป็นแฟนคุณ
3. ห้ามทำตัวน่าเบื่อเวลาที่เจอคนที่คุณแอบรัก เช่น พูดแต่เรื่องของตัวเอง
4. ห้ามฉลาดจนเกินเหตุ บางทีคุณต้องทำเป็นโง่บ้าง อย่างเช่น เวลาเรียนคณิต คุณก็เดินไปถามคนที่คุณแอบรักว่าทำยังไง แต่ที่จริงคุณเก่งกว่าคนที่คุณแอบรักซะอีก
5. ห้ามทำท่าทางที่บ่งบอกว่าคุณชอบเค้า เพราะถ้าเค้ารู้ว่าคุณชอบเค้า เค้าจะเปลี่ยนไปอย่างทันที
6 . ห้ามไปพูดเรื่องผู้ชายคนอื่นให้เค้าฟัง เพราะเค้าอาจจะคิดว่าเราชอบผู้ชายคนนั้นอยู่
7. ห้ามนั่งใกล้เค้าเกินไป เพราะเวลาที่คุณนั่งใกล้เค้า คุณก็จะรู้สึกตื่นเต้น จนเค้าสังเกตได้ มันอาจจะทำให้ เค้ารู้ว่าเราแอบชอบเค้า
8. เวลาไปเที่ยว คาราโอเกะ ห้ามร้องเพลงที่เกี่ยวกับเพลงแอบรัก เพราะอาจทำให้เค้าสงสัยได้ ว่าคุณแอบชอบใครอยู่
9. เวลาที่เค้าบอกกับคุณว่า คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเค้า คุณอย่าทำหน้าไม่พอใจหรือเสียใจเด็ดขาด
10. และข้อสุดท้าย คุณต้องแสดงความเป็นเพื่อนที่ดี คือ ถ้าเค้าต้องการให้เราช่วยเรื่องอะไรที่เราสามารถทำได้ คุณก็ต้องตอบไปว่า ได้อยู่แล้วฉันทำให้เธอได้เพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกันนิ
10 ข้อห้ามมันอาจจะ ใช้ได้ถ้าคุณไม่อยากให้เค้ารู้ความในใจ แต่ถ้าใครไม่อยากแอบ ก็ไปบอกรักเค้า
วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555
เตรียมตัวก่อนสอบ
เตรียมตัวก่อนสอบ
เทคนิคการจำ
1.พยายามทำความเข้าใจเสียก่อน อย่าจำสิ่งที่ไม่เข้าใจ
1.พยายามทำความเข้าใจเสียก่อน อย่าจำสิ่งที่ไม่เข้าใจ
2.พยายามสัมพันธ์สิ่งที่เรียนใหม่เข้ากับสิ่งที่เรียนมาแล้วให้ได้
3.พยายามหาเนื้อหาใจความสำคัญให้ได้แล้วจำไว้ก่อน ส่วนย่อยจะมาเอง
4.พยายามบันทึกเนื้อหาอย่างมีระเบียบเป็นลำดับตามขั้นตอนที่เข้าใจง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้
5.บทเรียนใดที่ยาวให้แบ่งเป็นส่วน ๆ เสียก่อนอ่าน ทำบันทึก
6.พยายามใช้ขั้นตอนอันเป็นเหตุเป็นผลแก่กันในการช่วยจำ
7.พยายามเรียนให้มาก ถ้าเป็นได้ควรให้มากกว่าที่กำหนดไว้เป็นการขยายความรู้ประสบการณ์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
8.พยายามอย่าหยุดโดยเฉพาะการเรียนวิชาใหม่ หรือวิชายาก โดยแสวงหาความรู้เบี้องต้น และความรู้ก้าวหน้าตลอดเวลา
9.การท่องเป็นจังหวะจะช่วยให้ท่องจำได้ง่ายขึ้น
10.พยายามทบทวน หรือ ทำซ้ำ ๆ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เท่าที่โอกาสจะอำนวย
การแก้ความเปลี้ยจากการอ่านหนังสือ
เมื่ออ่านหนังสือนาน ๆ อาจเกิดความอ่อนเพลียทางกายและทางสมองรวมไปถึง
สายตาด้วย ที่มักเรียกกันว่า เกิดความเปลี้ย ผู้รู้ได้แนะวิธีการแก้ (หลังพักพอควร)เพื่อสร้างความสดชื่นขึ้นใหม่ ดังนี้
1.แก้ร่างกายเมื่อยขบ เปลี้ยล้า
ใช้การบริหารร่างกาย หรือวิธีโยคะเข้าช่วย เช่น บิดตัวไปทางซ้าย หมุนกลับ
มาทางขวาช้า ๆ เมื่อยคอให้เงยหน้าช้า ๆ ขึ้นลงหลาย ๆ ครั้ง อาจใช้ผ้าเช็ดหน้า
เช็ดทั่วใบหน้าและลำคอแรง ๆ แล้ว นวดบางจุดเบา ๆ หรือใช้น้ำลูบหน้าหากอยู่
ที่บ้านอาจใช้วิธีดัดตน เช่น นั่งคุกเข่าข้างฝาห้อง หันหน้าออกก้มหัวยันพื้น
ใช้เท้าไต่ขึ้นบนฝาผนังห้อง จนตัวตั้งตรง ปล่อยเท้าทีละข้างให้เอนไปข้างหน้า
ช้า ๆ สลับไปมาเลือดจะเข้าสมองมากขึ้น ออกซิเจน จะไปเลี้ยงเซลล์ประสาท
เพิ่มขึ้นช่วยแก้ความเปลี้ยล้าได้มาก
การแก้ความเปลี้ยจากการอ่านหนังสือ
เมื่ออ่านหนังสือนาน ๆ อาจเกิดความอ่อนเพลียทางกายและทางสมองรวมไปถึง
สายตาด้วย ที่มักเรียกกันว่า เกิดความเปลี้ย ผู้รู้ได้แนะวิธีการแก้ (หลังพักพอควร)เพื่อสร้างความสดชื่นขึ้นใหม่ ดังนี้
1.แก้ร่างกายเมื่อยขบ เปลี้ยล้า
ใช้การบริหารร่างกาย หรือวิธีโยคะเข้าช่วย เช่น บิดตัวไปทางซ้าย หมุนกลับ
มาทางขวาช้า ๆ เมื่อยคอให้เงยหน้าช้า ๆ ขึ้นลงหลาย ๆ ครั้ง อาจใช้ผ้าเช็ดหน้า
เช็ดทั่วใบหน้าและลำคอแรง ๆ แล้ว นวดบางจุดเบา ๆ หรือใช้น้ำลูบหน้าหากอยู่
ที่บ้านอาจใช้วิธีดัดตน เช่น นั่งคุกเข่าข้างฝาห้อง หันหน้าออกก้มหัวยันพื้น
ใช้เท้าไต่ขึ้นบนฝาผนังห้อง จนตัวตั้งตรง ปล่อยเท้าทีละข้างให้เอนไปข้างหน้า
ช้า ๆ สลับไปมาเลือดจะเข้าสมองมากขึ้น ออกซิเจน จะไปเลี้ยงเซลล์ประสาท
เพิ่มขึ้นช่วยแก้ความเปลี้ยล้าได้มาก
2.แก้ความง่วง เบื่อ ไม่อยากอ่าน
ใช้การหายใจช่วย ครั้งแรงพ่นอากาศออกจากปอดผ่านจมูกให้แรงที่สุด จนหมดสิ้น
ห่อปากให้เป็นรูเล็ก ๆ แล้วพ่นอากาศเสียที่หลงเหลืออยู่ออกไปจนหมด ค่อย ๆ สูด
อากาศดีผ่านจมูกเข้าปอดช้า ๆ อาจนับ1ถึง15ช้า ๆ ให้อากาศอัดแน่น เต็มปอด
จนสุดจะหายใจเข้าได้อีก แล้วหายใจออกช้า ๆ เหมือนข้างต้น ทำดังกล่าว2-3ครั้ง
จะแก้ความง่วง เบื่อการอ่านลงไปได้
(แนะนำว่าถ้าง่วงมาก ๆ ก็อย่าฝืนนะคะ เพราะหากเรารู้สึกทึบ ๆ หรือไม่สบายในวันสอบก็ทำข้อสอบไม่ได้ดีหรอกค่ะ ให้ฟุบลงซักพัก หรือนอนพักสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ดีนะคะ)
ใช้การหายใจช่วย ครั้งแรงพ่นอากาศออกจากปอดผ่านจมูกให้แรงที่สุด จนหมดสิ้น
ห่อปากให้เป็นรูเล็ก ๆ แล้วพ่นอากาศเสียที่หลงเหลืออยู่ออกไปจนหมด ค่อย ๆ สูด
อากาศดีผ่านจมูกเข้าปอดช้า ๆ อาจนับ1ถึง15ช้า ๆ ให้อากาศอัดแน่น เต็มปอด
จนสุดจะหายใจเข้าได้อีก แล้วหายใจออกช้า ๆ เหมือนข้างต้น ทำดังกล่าว2-3ครั้ง
จะแก้ความง่วง เบื่อการอ่านลงไปได้
(แนะนำว่าถ้าง่วงมาก ๆ ก็อย่าฝืนนะคะ เพราะหากเรารู้สึกทึบ ๆ หรือไม่สบายในวันสอบก็ทำข้อสอบไม่ได้ดีหรอกค่ะ ให้ฟุบลงซักพัก หรือนอนพักสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ดีนะคะ)
3.แก้ความเปลี้ยของการใช้สายตา
เมื่อใช้สายตานานควรพักเสียบ้าง ให้มองสิ่งที่อยู่ไกลโล่ง ๆ ดูยอดไม้เขียว ๆ
มองภาพหรือทิวทัศน์ (ทัศนียภาพ) ที่ห่างออกไปมาก ๆ ถ้าเป็นเวลากลางคืน
ให้มองท้องฟ้า ดูดาวอันระยิบระยับ กล้ามเนื้อตาจะค่อย ๆ คลายตัว
ถ้าอยู่ในห้องใช้การมองผนังห้องติดรูปภาพทิวทัศน์ต่าง ๆ จะช่วยได้มาก
หรือดูทิวทัศน์จากหน้าต่าง มองให้ไกลออกไปให้เต็มที่ (เต็มตา) แล้วหลับตา
ทำจิตให้สงบสร้างสมาธิด้วยการหายใจเข้าออกช้า ๆ หายใจเข้าให้เต็ม (ปอด)
หายใจออกให้หมด จะช่วยแก้ความเปลี้ยและอาการปวดตาลงได้
เมื่อใช้สายตานานควรพักเสียบ้าง ให้มองสิ่งที่อยู่ไกลโล่ง ๆ ดูยอดไม้เขียว ๆ
มองภาพหรือทิวทัศน์ (ทัศนียภาพ) ที่ห่างออกไปมาก ๆ ถ้าเป็นเวลากลางคืน
ให้มองท้องฟ้า ดูดาวอันระยิบระยับ กล้ามเนื้อตาจะค่อย ๆ คลายตัว
ถ้าอยู่ในห้องใช้การมองผนังห้องติดรูปภาพทิวทัศน์ต่าง ๆ จะช่วยได้มาก
หรือดูทิวทัศน์จากหน้าต่าง มองให้ไกลออกไปให้เต็มที่ (เต็มตา) แล้วหลับตา
ทำจิตให้สงบสร้างสมาธิด้วยการหายใจเข้าออกช้า ๆ หายใจเข้าให้เต็ม (ปอด)
หายใจออกให้หมด จะช่วยแก้ความเปลี้ยและอาการปวดตาลงได้
ได้เเค่มองจ้า
ฉันได้แต่แอบมองเธอกับเขา
เมื่อไหร่เราจะเป็นแบบนั้นบ้าง
ได้แค่แอบมองแอบฝันห่างๆ
หัวใจอ้างว้างเดียวดาย
หากเธอและเขาเลิกกันเมื่อไหร่
เธอถูกเขาทิ้งหัวใจสลาย
โปรดอย่าลืมว่า...ฉันยังไม่ตาย
ผู้หญิงคนสุดท้ายยังรักเธอ
แม้รักครั้งนี้ จะไม่สมหวัง
ใจฉันก็ยังรักเธอเสมอ
ทุกวินาที ทุกลมหายใจเฝ้ารอแต่เธอ
แม้ไม่เคยหันมาเจอ แต่จะขอรักเธอตลอดไป...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)